แผลริมอ่อนเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จากแบคทีเรีย รักษาได้ด้วยยาที่แพทย์เลือกให้ แต่ดูแผลหรือความเจ็บอย่างเดียววินิจฉัยไม่ได้ หากมีแผลบริเวณอวัยวะเพศ รอบทวารหนัก หรือขาหนีบบวม ควรพบแพทย์เพื่อตรวจแยกจากซิฟิลิส เริม และสาเหตุอื่น พร้อมประเมินการตรวจเอชไอวี ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะรักษาเอง
แผลริมอ่อนเกิดจากอะไร และติดต่ออย่างไร
แผลริมอ่อน หรือ Chancroid เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Haemophilus ducreyi ติดต่อผ่านการสัมผัสระหว่างเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะเมื่อผิวหนังหรือเยื่อบุสัมผัสบริเวณแผลที่มีเชื้อ คนทุกเพศอาจติดได้ ไม่ใช่โรคที่บอกว่าใครสกปรกหรือเป็นหลักฐานว่าใครนอกใจ
อาการอาจเริ่มภายในหลายวันหลังรับเชื้อ แต่แตกต่างกันได้ จึงไม่ควรใช้จำนวนวันย้อนหาว่าได้รับเชื้อจากใคร หรือสรุปว่าพ้นช่วงหนึ่งแล้วจะไม่เป็นโรค การซักประวัติวันเริ่มแผลและการสัมผัสช่วยแพทย์ประเมิน แต่ไม่แทนการตรวจ
อาการแบบไหนควรไปตรวจ
อาจเริ่มเป็นตุ่มแล้วกลายเป็นแผลเจ็บบริเวณอวัยวะเพศหรือรอบทวารหนัก มีได้หนึ่งแผลหรือหลายแผล บางรายมีต่อมน้ำเหลืองขาหนีบบวม เจ็บ หรือเป็นฝี แต่ไม่ใช่ทุกคนจะมีอาการครบ ลักษณะและตำแหน่งแผลต่างกันได้

ควรรับการประเมินเมื่อพบแผลอวัยวะเพศ แม้แผลเล็กหรือไม่เจ็บ กรมควบคุมโรคแนะนำให้พบแพทย์เมื่อมีผื่น ตุ่ม แผล หรือขาหนีบบวม หากปวดมาก แผลลุกลาม มีไข้ร่วมกับอาการแย่ลง หรือปัสสาวะไม่ได้ ให้ไปโรงพยาบาลโดยเร็ว ไม่รอดูว่าแผลจะหายเองหรือไม่
ผู้ที่ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรืออยู่ร่วมกับเอชไอวี ควรแจ้งแพทย์ตั้งแต่แรก เพื่อเลือกการรักษาและการติดตามที่เหมาะสม การมีแผลไม่ได้แปลว่าต้องมีเอชไอวี และไม่ใช้ลักษณะแผลตัดสินสถานะเอชไอวี
ทำไมต้องตรวจแยกจากซิฟิลิสและเริม
แผลเจ็บไม่ได้ยืนยันว่าเป็นแผลริมอ่อน และแผลไม่เจ็บก็ไม่ได้ยืนยันว่าเป็นซิฟิลิส ซิฟิลิสระยะแรกมักมีแผลไม่เจ็บ แต่ CDC ระบุว่าอาจมีหลายแผลหรือแผลเจ็บได้ เริมและโรคอื่นก็อาจมีลักษณะคล้ายกัน อีกทั้งพบการติดเชื้อมากกว่าหนึ่งชนิดร่วมกันได้
- แพทย์จะถามประวัติ ตรวจแผลและต่อมน้ำเหลือง แล้วเลือกการตรวจตามอาการและตำแหน่งสัมผัส
- อาจตรวจเลือดหาซิฟิลิสและเอชไอวี รวมถึงเก็บตัวอย่างจากแผลเพื่อตรวจเริมหรือเชื้ออื่น
- การตรวจหาเชื้อแผลริมอ่อนโดยตรงต้องอาศัยวิธีเฉพาะและอาจไม่ได้มีทุกแห่ง แพทย์จึงพิจารณาผลตรวจร่วมกับลักษณะโรคและข้อมูลในพื้นที่
- ผลตรวจบางอย่างในระยะแรกอาจยังไม่ตอบครบ แพทย์อาจนัดตรวจซ้ำ หรือให้การรักษาตามข้อบ่งชี้ระหว่างรอผล ไม่ควรรอรักษาจนแผลลุกลาม
แผลจากการเสียดสี การระคายเคือง หรือโรคผิวหนังบางชนิดก็อาจคล้ายแผลจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ อ่านต่อเรื่อง คำถามเกี่ยวกับอาการและการตรวจซิฟิลิส เพื่อเตรียมคำถามกับแพทย์ ไม่ใช้ภาพหรือคำบรรยายแทนการตรวจจริง
การรักษาและการติดตามทำอย่างไร
แผลริมอ่อนรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ แพทย์เลือกชนิดยาและวิธีให้ยาตามการวินิจฉัย ประวัติแพ้ยา การตั้งครรภ์หรือให้นม โรคร่วม และยาที่ใช้อยู่ บางรายที่มีฝีขาหนีบอาจต้องให้บุคลากรทางการแพทย์ระบายหนอง ไม่ควรเจาะหรือบีบเอง

CDC แนะนำให้ประเมินซ้ำช่วง 3–7 วันหลังเริ่มรักษา เพื่อดูว่าแผลดีขึ้นหรือไม่ วันนัดจริงให้เป็นไปตามทีมรักษา แผลใหญ่หรือภาวะบางอย่างอาจใช้เวลาหายนานกว่า จึงไม่ควรรับรองว่าแผลทุกคนจะหายภายในจำนวนวันเท่ากัน
ถ้าไม่ดีขึ้น แพทย์ต้องทบทวนหลายสาเหตุ เช่น เป็นโรคอื่นร่วมด้วย ยาไม่เหมาะกับเชื้อ หรือมีอุปสรรคในการใช้ยา ไม่ใช่สรุปทันทีว่าเกิดเชื้อดื้อยา ผู้ที่อยู่ร่วมกับเอชไอวีอาจต้องติดตามใกล้ชิดขึ้น ควรแจ้งทีมรักษาหากอาการแย่ลงหรือมาตามนัดไม่ได้
อย่าใช้สูตรยาจากบทความหรือยาของคนอื่น และไม่เริ่ม หยุด หรือปรับยาเอง หากลืมยา อาเจียนหลังใช้ยา หรือสงสัยผลข้างเคียง ให้ติดต่อแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลเพื่อขอคำแนะนำเฉพาะกรณี
ดูแลแผล คู่สัมผัส และลดการติดซ้ำอย่างไร
- งดเพศสัมพันธ์และการสัมผัสแผลระหว่างยังมีแผลหรืออยู่ระหว่างรักษา ให้ทีมรักษาแนะนำเมื่อใดจึงกลับมามีเพศสัมพันธ์ได้ โดยพิจารณาการหายของแผลและการดูแลคู่ร่วมด้วย
- ดูแลแผลตามคำแนะนำของหน่วยบริการ ไม่แกะ บีบ หรือทาผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคือง การทำความสะอาดเป็นการดูแลแผล ไม่ใช่วิธีกำจัดเชื้อแทนยา
- ชวนคู่สัมผัสเข้ารับการประเมินแม้ไม่มีอาการ CDC แนะนำตรวจและรักษาคู่ที่มีเพศสัมพันธ์ในช่วง 10 วันก่อนผู้ป่วยเริ่มมีอาการ ให้ทีมรักษาทบทวนประวัติและจัดการตามความเหมาะสม ไม่แบ่งยาให้กันเอง
- หลังกลับมามีเพศสัมพันธ์ ใช้ถุงยางอย่างถูกต้องทุกครั้ง แต่ถุงยางอาจปิดแผลหรือผิวหนังที่มีเชื้อได้ไม่ทั้งหมด จึงลดความเสี่ยงได้แต่ไม่รับรองว่าป้องกันได้ทุกกรณี
พูดคุยกับคู่โดยไม่กล่าวโทษ เช่น “พบแผลและกำลังตรวจรักษา หมอแนะนำให้คนที่เคยสัมผัสมาประเมินด้วย” หากกังวลว่าจะถูกคุกคามหรือไม่ปลอดภัย ให้ขอความช่วยเหลือจากหน่วยบริการในการแจ้งคู่ โดยเคารพความลับของทุกคน
ในไทยสามารถเริ่มขอรับการประเมินที่โรงพยาบาลหรือคลินิกโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สอบถามวันเปิดบริการ ค่าใช้จ่าย และสิทธิที่ใช้ได้ก่อนเดินทางเมื่อไม่ใช่เหตุเร่งด่วน เตรียมประวัติเริ่มแผล ยาที่เคยใช้ และประวัติแพ้ยาไปด้วย หากกังวลเรื่องข้อมูลส่วนตัว อ่านเพิ่มเติมเรื่อง ความยินยอมและความลับของผลตรวจเอชไอวี
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแผลริมอ่อน
มีแผลเจ็บที่อวัยวะเพศ แปลว่าเป็นแผลริมอ่อนใช่ไหม
ไม่ใช่เสมอไป เริม ซิฟิลิส และสาเหตุที่ไม่ใช่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ก็ทำให้เกิดแผลได้ ควรให้แพทย์ตรวจและเลือกการตรวจเพิ่มเติม ไม่วินิจฉัยจากความเจ็บ สีแผล หรือภาพถ่ายเพียงอย่างเดียว
คู่ไม่มีอาการ ต้องไปตรวจด้วยหรือไม่
ควรให้ทีมรักษาประเมินประวัติการสัมผัส เพราะการไม่มีอาการไม่ได้ยืนยันว่าไม่จำเป็นต้องดูแล การรักษาผู้ป่วยโดยไม่ประเมินคู่ที่เกี่ยวข้องอาจทำให้การดูแลไม่ครบและเกิดการติดซ้ำได้
แผลดีขึ้นแล้ว หยุดติดตามได้เลยไหม
ยังควรไปตามนัดเพื่อให้แพทย์ประเมินการตอบสนองและผลตรวจโรคอื่นที่อาจพบร่วมกัน แผลเล็กลงไม่ได้ใช้ยืนยันว่าเป็นโรคใดหรือทุกการติดเชื้อหายแล้ว ไม่หยุดหรือเปลี่ยนยาเอง
สรุป: มีแผลควรตรวจ ไม่เลือกยาจากลักษณะแผล
แผลริมอ่อนรักษาได้ แต่ต้องแยกจากโรคที่คล้ายกันและตรวจโรคที่อาจพบร่วม การพบแพทย์เร็ว ใช้ยาตามแผน ติดตามการหายของแผล และดูแลคู่สัมผัสช่วยให้การรักษาครบถ้วน การมีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไม่ใช่เหตุให้ถูกกล่าวโทษหรือเลือกปฏิบัติ
หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ
แหล่งอ้างอิง
ตรวจทานข้อมูลและลิงก์วันที่ 4 ตุลาคม 2569 แหล่งต่างประเทศใช้ประกอบหลักการตรวจและดูแล ส่วนการเลือกยาและบริการให้เป็นไปตามการประเมินของทีมรักษาในไทย
- CDC: Chancroid — การวินิจฉัย การติดตาม และการดูแลคู่สัมผัส
- CDC: แผลบริเวณอวัยวะเพศและทวารหนัก — การตรวจแยกสาเหตุ
- CDC: Syphilis — ข้อจำกัดของการใช้ลักษณะแผลวินิจฉัย
- MedlinePlus: Chancroid — สาเหตุ อาการ และการพบแพทย์
- WHO: โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ — การป้องกันและข้อจำกัดของถุงยาง
- กรมควบคุมโรค: อาการสงสัยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ควรพบแพทย์
